ยินดีต้อนรับสู่ครัวอาหารยุโรป

เดือน: เมษายน 2019

ความเป็นมาของพาสต้า

ความเป็นมาของพาสต้า

ต้นกำเนิดของพาสต้า มาจากพ่อค้าชื่อ Marco […]

ความเป็นมาของข้าวผัดสเปน หรือ ปาเอยา

ความเป็นมาของข้าวผัดสเปน หรือ ปาเอยา

ความเป็นมาของข้าวผัดสเปน หรือ ปาเอยา ปาเอยา&n […]

ความเป็นมาของเฟรนช์ฟราย

ความเป็นมาของเฟรนช์ฟราย

ความเป็นมาของเฟรนช์ฟราย

เฟรนช์ฟราย  มันฝรั่งของฝรั่งเศส
บางคนอาจคิดว่าอาหารยอดนิยมของเราๆอย่าง เฟรนช์ฟราย นั้นมีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศษเพราะจากชื่อของอาหารที่มีชื่อของประเทศฝรั่งเศษ

แต่ทว่าต้นกำเนิดของมันมาจากเบลเยี่ยมต่างหากล่ะ
เรื่องราวของอาหารยอดนิยมนี้มีอยู่ว่า
ในฤดูหนาวของปี ค.ศ. 1680 ประเทศเบลเยี่ยมต้องเผชิญกับวิกฤตเรื่องของหิมะตกอย่างรุนแรง แถมน้ำก็ยังท่วมบ้านเรือน และมีสภาพอากาศที่หนาวเหน็บมาก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ชาวเบลเยี่ยมไม่สามรถจะจับปลาได้ ทำให้เมนูจานโปรดซึ่งเป็นปลาตัวเล็กๆทอดกรอบหายไปจากโต๊ะอาหาร จนอยู่มาวันหนึ่งก็มีชาวนาคนหนึ่งเกิดปิ๊งไอเดียใหม่สุดกิ๊บเก๋ด้วยการนำเอามันฝรั่งสดมาหั่น..หั่น..หั่น..หั่น..และหั่นเป็นชิ้นๆให้คล้ายกับปลา แล้วจึงนำไปทอด จากนั้นเป็นต้นมาเฟรนช์ฟรายก็กลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนเบลเยี่ยมและคนทั่วโลกหลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเฟรนช์ฟรายมันมีต้นกำเนิดจากเบลเยี่ยมแล้ว…ทำไมถึงชื่อเฟรนช์ฟราย กันล่ะเนี่ย?

สาเหตุก็คือว่าจากแหล่งข้อมูลนี้www.belgianfries.com ได้กล่าวเอาไว้ว่าประเทศฝรั่งเศษนั้นได้อ้างว่าตนเองนั้นเป็นผู้คิดค้นเจ้าเฟรนช์ฟรายขึ้นมา นอกจากนี้ยังบอกอีกว่ามันมีต้นกำเนิดจากปารีส ในช่วงกลางศตวรรษที่19

นอกจากนี้ชาวฝรั่งเศษก็ยังลืมบันทึกชื่อของผู้คิดค้นเจ้าอาหารนี้ จนถึงปัจจุบันนี้พวกเขาก็กำลังหาหลักฐานอยู่ แต่ถ้าท่านผู้ใดไปที่เบลเยี่ยมก็จะได้พบกับร้านขาย Belgian Fries (คนเบลเยี่ยมเรียกเช่นนั้น) มากมายหลายร้านให้เลือก เรียกได้ว่ามีเกือบทุกซอกทุกมุมเลย นี้ก็เป็นอีกข้อที่จะบอกได้ว่าเบลเยี่ยมต่างหากคือต้นกำเนิดเฟรนช์ฟราย หัวข้อต่อไปจะเป็นเรื่องราวของ
เฟรนช์ฟรายในประเทศต่างๆเล็กๆน้อยๆและสุดท้ายก็คือคำถามที่บางคนกำลังสงสัยว่า ทำไมถึงชื่อFrench Fries ที่อเมริกานั้นเขาว่ากันว่า

เฟรนช์ฟรายคือชื่อแรกที่เรียกมันฝรั่ง ซึ่งพวกเขาคิดว่าเจ้าเฟรนช์ฟรายเนี้ยคือการนำมันฝรั่งมาทอดตามstyleฝรั่งเศษ Chips in Britain ที่บริเทนเขาเรียกเฟรนช์ฟรายว่า ชิพส์ ประวัติของเฟรนช์ฟรายมาแพร่หลายที่นี้ก็ไม่มีอะไรมากนัก นอกจากคำพูดจาก Dunlee City Facts Sheetกล่าวไว้ว่า ” ในปี 1870 เป็นช่วงที่วัฒนะรรมเกี่ยวกับการทำอาหารเจริญรุ่งเรื่องนั้น Chips ได้ออกขายเป็นครั้งแรก โดยชาวเบลเยี่ยมผู้อพยพมาบริเทน ที่ตลาดกลางใจเมือง”ทำไมถึงเรียกว่า French Fries 
1. ชาวฝรั่งเศษเป็นผู้คิดค้นงั้นหรือ..ไม่ใช่อย่างแน่นอนจากข้อความต้นก็ได้บอกไปแล้วว่าใครเป็นคนคิดค้น
2. ในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 อเมริกาได้เข้ามาที่เบลเยี่ยมและพบกับเจ้าอาหารชนิดนี้ แล้วไปเจอพลเมืองที่อยู่ใกล้ชายแดนของฝรั่งเศษและเขาก็พูดเป็นภาษาฝรั่งเศษ ดังนั้นทหารอเมริกาจึงได้เรียก French Fries : ผิดอีกแหละ…ไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้อีกแหละ ความจริงก็คือว่า : ในภาษาอังกฤษนั้น to french หมายถึง  to cut into lengthwise pieces ดังนั้นFrench Friesจึงเป็นคำที่ย่อมาจาก  Frenched and fries potatoes แต่ชาวอังกฤษเรียกว่า Chips ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกัน

<<<กลับหน้าหลัก

ความเป็นมาของทาโก้

ความเป็นมาของทาโก้

ความเป็นมาของทาโก้ ถ้าเรามองในวัฒนธรรมของเม็ก […]

ความเป็นมาไส้กรอก

ความเป็นมาไส้กรอก

ความเป็นมาของไส้กรอก ไส้กรอก  หมายถึง กา […]

ความเป็นมาของชีส

ความเป็นมาของชีส

ความเป็นมาของชีส

เนยแข็ง หรือ ชีส คือ ผลิตภัณฑ์จากนมซึ่งสามารถผลิตได้จากนมวัวหรือแพะ เป็นต้น ที่ผ่านกระบวนการคัดแยกโปรตีน แล้วนำโปรตีนของนมมาทำการผสมเชื้อรา หรือเเบคทีเรีย หรือสารอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของเนยแข็ง ซึ่งแตกต่างจากเนยที่ทำมาจากไขมันของนม

เนยแข็งเป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน โดยมีปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนที่สุดในคัมภีร์ไบเบิล กลุ่มนักรบทหารโรมันเป็นบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ให้คนทั่วโลกได้รู้จักเนยแข็ง เพราะไม่ว่าจะยกทัพไปที่ใดก็มักจะนำเนยแข็งไปด้วยเสมอและมักจะแบ่งปันเนยแข็งที่มีให้กับคนท้องถิ่นนั้นๆ โบทถ์จัดว่าเป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเนยแข็งที่เด่นชัดที่สุดในสมัยกลาง การจำหน่ายเนยแข็งเพื่อหารายได้เข้าโบสถ์ของบาทหลวงในศาสนาคริสต์ส่งผลให้เกิดเนยแข็งแบบดั้งเดิมที่มีเฉพาะในแต่ละท้องถิ่น และในเวลาต่อมาเนยแข็งท้องถิ่นนี้ได้ถูกพัฒนาปรับปรุงรสชาติให้มีความหลากหลาย จนในปัจจุบันมีเนยแข็งมากกว่า 3,000 ชนิด

หลายคนมีความเข้าใจผิดว่าเนยแข็งและเนยเหลวเป็นอาหารประเภทไขมันเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วเนยแข็งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโปรตีนในน้ำนมวัว ในขณะที่เนยเหลวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไขมันในน้ำนมวัว ดังนั้นเนยแข็งจึงจัดเป็นอาหารจำพวกโปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ และมีคุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้น้ำนมวัว เนยแข็งให้สารอาหารจำพวก แคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 สังกะสี และไขมัน  ในปริมาณที่น้อยกว่าในน้ำนม ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมจึงสามารถหันมารับประทานเนยแข็งแทนเป็นทางออกแทนได้

ความแตกต่างของชีสแต่ล่ะชนิด

ความแตกต่างของเนยแข็งขึ้นอยู่กับ ประเภทและชนิดของน้ำนมที่นำมาใช้ในการผลิต ขึ้นอยู่กับประเภทของแบคทีเรียที่นำมาใช้ในการหมัก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บ และยังขึ้นอยู่กับขั้นตอนวิธีการผลิตที่แต่ละชนิดจะมีวิธีการผลิตแตกต่างกันไป นอกจากนี้การเพิ่มส่วนผสมเช่น สมุนไพร เครื่องเทศ ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับเนยแข็งด้วย เนยแข็งเป็นอาหารที่มีประโยชน์หลายประการอีกทั้งยังเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวในการใช้ประทังความหิว เพราะสะดวกในการพกพา สามารถเก็บรักษาได้นาน ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะ โปรตีน แคลเซียม ไขมัน วิตามินบี 12 สังกะสีและฟอสฟอรัส นอกจากนี้เนยแข็งยังมีน้ำตาลแลคโตสในปริมาณที่ต่ำกว่าน้ำนม ดังนั้นการรับประทานเนยแข็งจึงส่งผลดีแก่ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมอีกด้วย

ชนิดของชีสแต่ล่ะชนิด

เนยแข็งที่ผลิตกันปัจจุบันนี้ มีจำนวนหลากหลาย สามารถแบ่งกันได้เป็นร้อยชนิด ซึ่งมีความหลากหลายทั้งรสชาติ สี และแต่ละชนิดต่างมีลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน ตัวอย่างของเนยแข็งชนิดต่างๆ

1.สวิสชีส จะมีลักษณะเด่นคือรูเต็มตัวชีส

2.เชดดาร์ชีส เนยแข็งสีเหลืองหรือสีส้มอ่อน เริ่มต้นผลิตจากหมู่บ้านเชดดาร์ในอังกฤษ

3.บลูชีส มีสีขาวและจะมีจุดสีน้ำเงินหรือสีเขียวของเชื้อราตามเนื้อชีส มีกลิ่นที่รุนแรง

4.เปปเปอร์แจ๊กชีส ชีสที่มีการผสมพริก

5.โปรโวโลน ชีสเริ่มต้นผลิตจากอิตาลี

6.อเมริกันชีส  มีลักษณะคล้ายเชดดาร์แต่มีรสชาติอ่อนกว่าเชดดาร์

<<<กลับหน้าหลัก

ความเป็นมาของพิซซ่า

ความเป็นมาของพิซซ่า

ความเป็นมาของพิซซ่า ประวัติของพิซซ่าเริ่มต้นข […]

ความเป็นมาของสเต็ก

ความเป็นมาของสเต็ก

 ความเป็นมาของสเต็ก  เริ่มแรก สเต็ก […]