ยินดีต้อนรับสู่ครัวอาหารยุโรป

ความเป็นมาอาหารอิตาลี(part6)

อาหารและศิลปะยุค La Belle Époque

ศตวรรษที่ 19 นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ศิลปะและอาหารมารวมกันอย่างไม่เคยมาก่อน
นักดนตรี นักเขียน กวีและจิตรกรทั้งหมดมักจะเชื่อมโยงอาหารกับความบันเทิง ความสนุกสนานให้กับงานศิลปะ บรรยากาศที่โต๊ะอาหารกลายเป็นสถานที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ บ่อยครั้งที่อาหารเป็นหัวข้อสำหรับองค์ประกอบงานเขียนและงานศิลปะ 
 

ประวัติของอาหารอิตาเลียนในช่วง 100 ปีที่แล้วก่อนปัจจุบันนี้คือช่วงที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวจากวิถีชีวิตจากเหตุการณ์ที่ประเทศต้องผ่านมาด้วยความยากลำบากเริ่มจากช่วงแรกของศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นยุค La Belle Époque: ยุคที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นช่วงที่สวยงามและสนุกสนานของคนอิตาลีและยุโรป เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองและมีการจัดงานเลี้ยงของชนชั้นสูงเหมือนยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ผู้คนมีแนวคิดว่า “ชีวิตนั้นสั้นนัก เพื่อความสุขของชีวิตต้องฉลอง เป็นอีกครั้งที่งานเลี้ยงยกคุณภาพของอาหารให้อร่อยให้เข้ากับไวน์สุรารวมทั้งการแต่งกายและเพลง 
   
สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
 ช่วงปีของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นช่วงที่ยากลำบากของโภชนาการ การต่อสู้และสงครามกินพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มีการผลิตลดผลคนตกงานไม่มีอาหารเพียงพอขาดสารอาหารที่จำเป็นเกิดการแพร่กระจายของโรคเช่น Pellagra สถานการณ์แย่มากทุกกรณีอาหารสำหรับทหารต้องห้ามขาดเพราะถือว่ากองทัพเดินด้วยท้อง ทหารอิตาลีในสนามเพราะมีสิทธิ์ที่จะได้รับประมาณ 1 1/2 ปอนด์ขนมปัง 3 1/2 ออนซ์ของพาสต้า กับเนื้อ  รวมทั้ง 1/4 ลิตรไวน์และกาแฟ ผักและผลไม้มีให้บางครั้ง การดื่มน้ำก็ประมาณ 1/2 ลิตรต่อวัน ยุคนี้เลยกลายมาเป็นยุดแห่งการพัฒนาอาหารสำเร็จรูปหรือสินค้าอาหารกระป๋องที่ใช้ในการแจกจ่ายให้กับทหาร: เนื้อ แอนโชวี่ ผลไม้หวานที่มีอยู่ในกระป๋องตกแต่งด้วยคำขวัญรักชาติ

 
ลัทธิฟาสซิสต์และสงครามโลกครั้งที่สอง
 
สงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากปีที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าการเมืองก็รุมเร้าเพราะเมื่อผู้คนอดอยากก็ต้องโทษรัฐบาลทำให้มุสโสลินี่ Mussolini เอาลัทธิฟาสซิสต์มานำเสนอชาวอิตาลีซึ่งทำให้ทุกคนมีความหวังแม้ว่าจะต้องเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรม วิกฤตเศรษฐกิจโลก ต่อเนื่องไปถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่าง 1940 และ 1945
คือช่วงที่ต้องประหยัดการทำอาหารของครอบครัวเริ่มมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเพราะวัตถุดิบหายากเงินไม่มีแม่บ้านแต่ละคนเริ่มต้องคิดสูตรของตัวเองผลผลิตที่มาจากภายในขอบเขตของตัวเอง ให้ครอบครัวอยู่รอดไปได้วันๆ ส่วนผสมบางอย่างเช่น กาแฟ น้ำตาล เกลือ หรือเนยถูกจำกัดปันส่วนห้ามกักตุน ขนมปังมักจะเป็นสีน้ำตาลและเนื้อสัตว์หายาก คนที่ไม่เคยรู้สึกไม่แยแสผู้หญิงอิตาลีโดยเฉพาะบรรดาแม่บ้านถือว่าเป็นผู้ทำคุณงามความดีเพื่อจัดการเรื่องอาหารการกิน พอเนื้อสัตว์ถูกจัดการจะกินเนื้อล้วนก็ยากขึ้นจึงเป็นที่มาของอาหารที่เป็นลักษณะลูกชิ้นไม่ว่าจะเป็น meatball หรือ dumpling โดยจะนำมันฝรั่งหรือขนมปังแช่น้ำมาผสมกับเนื้อไม่ใช้เนื้อล้วน เช่นสูตรสำหรับทำ meatball ใช้เพียง 1/2 ปอนด์ของเนื้อสัตว์และ 1 1/2 ปอนด์ของผักขม 3 ออนซ์ริคอตต้า และไข่ 1 ใบ นำไปทอดกับเนยครึ่งช้อนชาเสิร์ฟพร้อมกับซอสมะเขือเทศเจือจางและสามารถเลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขได้แบบไม่แพง
 


วิธีการของการเก็บรักษาก็พัฒนา เช่นผักหรือเครื่องเทศที่เหลือก็จะเก็บไว้ในน้ำมันมะกอกเลย คงเคยเห็นน้ำมันมะกอกที่มีใบrosemary หรือพริกแห้งอยู่ในขวด การทานขนมปังกับซุป หรือชีสถือเป็นอาหารหลัก การหมัก การดอง การเก็บรักษา เช่นการตากแห้ง การผึ่งลม การทำแยมจากผลไม้ ก็เกิดพัฒนาในช่วงนี้ไม่มีการกินทิ้งกินขว้าง

<<<กลับหน้าหลัก