ยินดีต้อนรับสู่ครัวอาหารยุโรป

อาหารสุดแปลกของอเมริกา



 
1.Root beer floats ถ้าคุณเคยคิดว่าน่าจะเติมน้ำตาลกับไขมันก้อนโตลงในเครื่องดื่มอัดลมรสชาติหวานๆ อีกหน่อยล่ะก็ root beer float เหมาะกับคุณมากเลยทีเดียว จากรูปแบบของสีสันที่สดใสกับรสชาติอ่อนๆ มาเป็นภูเขาไฟประทุเมื่อฟองเจอกับไอศกรีม สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนความฝันของเด็กๆ – และเป็นฝันร้ายของนักโภชนา
 
 

 
2.Corn dogs ฮ็อทด็อกที่ต่ำต้อยกลายมาเป็นทางเลือกที่แสนวิเศษที่คุณสามารถทานกระดูกอ่อนของหมูกับเกลือตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน เพราะปัญหาคือร่างกายคุณยังร่ำร้องหาอาหารประเภทชุบแป้งทอดอยู่ร่ำไป ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้มีนวัตกรรมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดธรรมดาๆ ก็ถูกยกระดับให้อยู่ในรูปแบบของทอดชนิดแท่งที่ทานได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องใดๆ
 
 

 
3.Biscuits and gravy จานนี้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ – ถ้าคุณคิดว่าสโคนเป็นขนมปังกรอบและเกรวี่ดูจะเป็นทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและช่วยย่อยอย่างแท้จริง หน้าตาของมันคงท้าทาย European gastronomic expectations เป็นอย่างยิ่ง(เพราะมันมีสีเทา!) แต่พวกที่อยู่ทางตอนใต้ก็เชื่อว่าบิสกิตกับเกรวี่เป็นของดีมีประโยชน์และเราต้องเชื่อว่ารสชาติของมันน่าจะดีกว่าหน้าตาของมัน
 
 

 
4.Red velvet cake ชาวอเมริกันเริ่มมีการฉีกแนวจากธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งชื่อเค้กตามส่วนผสมของแป้งไปในแนวที่เป็นกวีมากขึ้น ชิฟฟ่อนเค้ก ดีวิลส์ฟู้ดเค้ก และวูปี้พาย ล้วนแสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม evocative rather than the descriptive ตลอดจน Red velvet cake รายการของหวานที่พบได้ทั่วไปในสหรัฐซึ่งมีการตั้งชื่อตามสีหลักกับกระจุกเส้นใยสานที่ใช้ตกแต่ง โดยสิ่งที่ไร้รสชาติทั้งสองอย่างนี้ช่วยอธิบายได้เป็นอย่างดีถึง both of which are tasteless and therefore perfectly descriptive of one of America’s more synthetic treats.
 
 

 
5.Grits คล้ายๆ กับที่เราพูดถึงบิสกิตกับเกรวี่คือมันมีผลในลักษณะที่ต่างไปมากกับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ นอกจากนั้นแล้วความดึงดูดใจอย่างอมตะของ grit ยังเป็นที่กล่าวขานในประวัติศาสตร์ของอเมริกานับย้อนเวลาไปถึงประเพณีการเตรียมข้าวโพดของชาวพื้นเมืองของอเมริกันซึ่งมีมาช้านานตั้งแต่ก่อนที่ชาวยุโรปจะไปถึงเสียอีก ข้าวโพดบดที่ขาดเสียไม่ได้ในการปรุงอาหารพื้นเมืองซึ่งใช้เนยที่ตีจนได้ที่ ทำให้ได้อาหารที่ทั้งข้นทั้งหนืดและมีรสชาติที่ชวนให้ติดอกติดใจ
 
 

 
6.Monte Cristo Sandwich เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงการที่ชาวอเมริกันนำเอาแนวคิดของชาวยุโรปมาประยุกต์ใช้ – ยกตัวอย่างเช่น คร็อก เมอซิเออร์ – และพัฒนาจนถึงที่สุด พบได้ทั่วไปในเมืองเดลีและมีผู้บริโภคกันทั่วทั้งประเทศ นี่ช่างเป็นงานขั้นเทพจริงๆ: แฮมกับเนยแข็งชุบไข่ทอดโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งเสิร์ฟกับแยม
 
 

 
7.Deep fried… anything เมื่อได้พูดถึงเรื่องของทอดกันแล้วก็ขอพูดถึงบรรดาของทอดทั้งหลายเสียเลย เสียงปุดๆ ของน้ำมันจากสัตว์ในกระทะใบใหญ่นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงชนผิวขาวในสหรัฐเท่านั้น และมันก็ไม่ได้แย่เกินไปสำหรับคุณอ – ฮีโรของอเมริกันอย่างเอ็ลวิส เพร็สลีย์ก็ทานแซนด์วิชกล้วยกับเนยถั่วไปมากโขแต่เขาก็ยังอยู่ดีจนถึงวัยสี่สิบต้นๆ
 
 

 
8.Frito pie หลายๆ คนคิดว่าการที่สหรัฐเป็นผู้นำหมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ชนะ ก็คงจะเป็นอย่างนั้นถ้าชาวเท็กซัสกับนิวเม็กซิกันไม่แย้งขึ้นมาว่าใครเป็นต้นตำรับอาหารเหล่านั้น แป้งข้าวโพดผสมเนยแข็งกับพริกหั่นแว่นตากแห้งแล้วนำมาทอดเป็นอีกตัวที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งที่อยู่เหนือคำว่าอิสระเสรี
 
 

 
9.Twinkie wiener sandwich พอนึกถึงอาหารเรียกน้ำย่อยชั้นยอดอย่างหมูในผ้าห่มก็รู้สึกว่ารายการอาการที่ว่านี้ดูคล้ายๆ หมูในสูทไขมัน โอเค คุณอาจจะไม่ค่อยได้เห็นตำรับของเวียร์ด อัลปรากฏอยู่บนเมนูสักเท่าไร แต่บอกได้อย่างไม่อายเลยว่านี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารอเมริกันที่อุดมไปด้วยลูกเล่น การสังเคราะห์ และสารที่ไม่ดีต่อสุภาพที่สุด
 
 
10.Free refills การล้อเลียนอาหารอเมริกันเป็นเรื่องง่ายแต่ก็อย่าลืมนึกถึงส่วนดีของมันบ้าง ร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดแบบอเมริกันได้เข้าไปตั้งรกรากในประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว และนี่เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งของการที่เราติดเกลือ น้ำตาล และไขมันในปริมาณที่ถึงขั้นอันตราย ในประเทศที่มีตลาดเสรีเป็นเสมือนพระราชา การบริการลูกค้าก็ทำให้ส่วนที่เหลือของโลกเป็นเสมือนละอองฝุ่น และนี่เป็นรูปแบบหนึ่งของร้านอาหารอเมริกันที่ยากแก่การลอกเลียนแบบในตลาดต่างประเทศ

<<<กลับหน้าหลัก